ข้อกำหนดของสภาอภิบาลวัด อาสนวิหารราฟาเอล สุราษฎร์ธานี

หมวดที่ 1 ธรรมชาติ และ ลักษณะทั่วไป

1. ชื่อและสถานที่ตั้ง

สภาอภิบาลนี้มีชื่อว่า “สภาอภิบาลอาสนวิหารราฟาเอล”

ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 317 ถ.ตลาดใหม่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84000

2. ความหมาย และ เอกลักษณ์

สภาอภิบาลอาสนวิหารราฟาเอล เป็นส่วนหนึ่งของประชากรของพระเจ้า ได้รับเลือกจากชุมนุมคริสตชนวัด หรือรับการแต่งตั้งจากพระสงฆ์เจ้าอาวาส ให้ร่วมมือกันในงานด้านต่าง ๆ ของพระศาสนจักร ทั้งในระดับท้องถิ่น ชุมชนวัด และในระดับสังฆมณฑล

สภาอภิบาลอาสนวิหารราฟาเอล เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนวัด ได้รับเลือกจากชุมชนวัด และดำเนินการเพื่อชุมชนวัด โดยมีพระวาจาและศีลมหาสนิทเป็นศูนย์กลางทั้งของชีวิตและการทำงาน ดำเนินกิจการที่สอดคล้องกับแผนงานและทิศทางงานอภิบาลของสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี

3. ลักษณะทั่วไป

3.1. สภาอภิบาลวัดประกอบด้วย เจ้าอาวาส พระสงฆ์ผู้ช่วย ผู้แทนนักบวช และผู้แทนฆราวาสที่สังกัดอยู่ในหน่วยต่าง ๆ ของวัด ทุกระดับชั้นและหลากหลายอาชีพ

3.2. สภาอภิบาลวัด มีบทบาทหน้าที่ให้คำปรึกษา และสนับสนุนในงานอภิบาล
อนึ่ง การตัดสินใจสุดท้าย ขึ้นอยู่กับผู้รับผิดชอบสูงสุดของวัด ได้แก่พระสงฆ์เจ้าอาวาส ผู้เป็นนายชุมพาบาลแทนองค์พระคริสตเจ้า (เทียบ C 536)

3.3. สภาอภิบาลวัดเป็นทั้งกระบวนการ และโครงสร้างที่เอื้ออำนวยให้ชุมชนวัดสามารถรับ และแบ่งปันภารกิจแห่งความรอดของพระศาสนจักร อย่างเต็มเปี่ยมบริบูรณ์มากขึ้น ทั้งในชุมชนวัด และชุมชนเพื่อนบ้าน

3.4. สภาอภิบาลวัดพึงมีลักษณะพิเศษดังต่อไปนี้

3.4.1. จิตตารมณ์แห่งการภาวนาและรำพึงพระวาจา

3.4.2. จิตตารมณ์แห่งการอภิบาล กล่าวคือมุ่งสู่การหล่อเลี้ยง ดูแล ปกปักรักษา และการเยียวยา ดุจดังพระเยซูผู้เป็นนายชุมพาบาลที่ดี

3.4.3. จิตตารมณ์แห่งการแสวงหา และน้อมรับพระประสงค์ของพระเจ้า เช่นเดียวกับพระมารดามารีย์และนักบุญยอแซฟ

3.4.4. จิตตารมณ์แห่งการเป็นประกาศก ผู้อ่านเครื่องหมายแห่งกาลเวลา และประกาศยืนยันถึงพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับยุคปัจจุบัน

3.4.5. สภาอภิบาลพึงกอรปด้วยบรรยากาศของความเป็นพี่น้อง ความเอื้ออาทร ความเสียสละ และการรับใช้ ดุจดังกลุ่มคริสตชนแรกเริ่ม

3.4.6. การทำงานอย่างเป็นกระบวนการ มีโครงสร้าง ศึกษาสภาพความเป็นจริง ปัจจุบัน วางแผน กำหนดบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน ติดตามประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ

หมวดที่ 2 วัตถุประสงค์ และ ภารกิจ

4. สภาอภิบาลวัดมีวัตถุประสงค์เพื่อการจัดตั้ง และมีภารกิจสำคัญดังต่อไปนี้

4.1. ด้านการอภิบาลคริสตชน

4.1.1. สภาอภิบาลวัดมีหน้าที่ดังเช่นคริสตชนทุกคน ในการสืบสานงานไถ่กู้ของพระเยซูเจ้า อันเป็นภารกิจแห่งการสร้างพระอาณาจักรพระเจ้าท่ามกลางมวลมนุษย์ จึงต้องร่วมมือกับทุกฝ่ายและใช้เครื่องมือต่าง ๆ ของพระศาสนจักรเพื่อทำให้พันธกิจดังกล่าวพัฒนาก้าวหน้า

4.1.2. สภาอภิบาลวัดมีหน้าที่อย่างเฉพาะเจาะจง ในการฟื้นฟู และหล่อเลี้ยงชีวิตจิตคริสตชนในชุมชนวัด ให้เข้มแข็งและ สมบูรณ์ อาศัยพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์

4.1.3. ในด้านพิธีกรรม สภาอภิบาลเป็นผู้นำในการมีส่วนร่วมกับพระสงฆ์ ในการจัดเตรียมจารีตพิธีกรรมให้สื่อความหมายอย่างครบถ้วน พิธีกรรมสามารถดำเนินไปด้วยความสง่างาม เต็มไปด้วยการมีส่วนร่วมและมีชีวิตชีวา ทั้งนี้เพื่อให้ชุมชนวัดได้รับการหล่อเลี้ยงฝ่ายจิตอย่างเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ และศีลศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ

4.1.4. สภาอภิบาลวัดมีหน้าที่ดูแลคริสตชนฆราวาส เพื่อให้ดำรงชีวิตตามกระแสเรียก ในการเป็นประจักษ์พยานของความเชื่อคริสตชน และมีส่วนร่วมในการปฏิบัติพันธกิจของพระศาสนจักรตามสถานภาพของตนเองอย่างจริงจัง

4.1.5. สภาอภิบาลวัดมีหน้าที่ส่งเสริมกระแสเรียกการเป็นพระสงฆ์และนักบวช อันจะช่วยให้มีศาสนบริกรเพียงพอต่อ ความต้องการของพระศาสนจักร

4.2. ด้านการธรรมทูตและการอบรมศึกษา

4.2.1. ในด้านการศึกษาอบรม สภาอภิบาลวัดพึงให้ความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตคริสตชน และการแพร่ธรรมต่อผู้อื่น พึงจัดหรือดูแลให้ชุมชนคริสตชนทุกระดับตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ ให้ได้รับการอบรมด้านคำสอน และการฟื้นฟูชีวิตคริสตชนจนสามารถกลายเป็นแสงสว่างของพระคริสตเจ้าสู่สังคมรอบข้าง

4.2.2. สภาอภิบาลวัดพึงสานต่อภารกิจแห่งการแพร่ธรรมที่พระศาสนจักรได้รับมอบจากองค์ พระเยซูคริสตเจ้า ทั้งในหมู่คริสตชนและพี่น้องต่างความเชื่อ

4.2.3. สภาอภิบาลวัด พึงเอาใจใส่ส่งเสริมลูกหลานคริสตชน ให้เข้าเรียนในโรงเรียนคาทอลิก

4.3. ด้านฟื้นฟูสังคมมนุษย์

4.3.1. สภาอภิบาลวัดมีหน้าที่เสริมสร้างความยุติธรรม ความชื่นชมยินดี และสันติสุขให้เกิดขึ้นทั้งในชุมชนวัดและชุมชนรอบข้าง กล่าวคือ ให้พระอาณาจักรของพระเจ้ามาถึงสังคมร่วมสมัย

4.3.2. สภาอภิบาลวัดพึงมีทัศนคติที่เปิดกว้างและเคารพในความเชื่อและศาสนาที่แตกต่าง เขาพึงให้ความร่วมมือกับพี่น้องต่างความเชื่อ ในการทำงานสู่เอกภาพและภารดรภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพี่น้องมุสลิมและพุทธ

4.3.3. สภาอภิบาลวัดพึงเอาใจใส่ดูแล ผู้สูงอายุ ผู้ยากจน ผู้เจ็บป่วย ผู้ด้อยโอกาส ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อให้ความรักของพระคริสตเจ้าได้สัมผัสชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น

4.4. ด้านสื่อสารสังคม

4.4.1. สภาอภิบาล มีหน้าที่ส่งเสริมการผลิตสื่อและการใช้สื่อมวลชนที่เหมาะสม ให้เป็นกลไกสำหรับใช้ประกาศข่าวดีแห่งความรอดของเพื่อนมนุษย์ ทั้งใช้ยืนยันความถูกต้องของศาสนธรรม จริยธรรม ศีลธรรมและคุณธรรม ได้อย่างเกิดผล

หมวดที่ 3 โครงสร้างสภาอภิบาล และ สมาชิกภาพ

5. สภาอภิบาลประกอบด้วย

5.1. ประธานสภาอภิบาล ได้แก่ เจ้าอาวาส (ผู้ช่วยเจ้าอาวาสเป็นรองประธานโดยตำแหน่ง)

5.2. ผู้อำนวยการสภาอภิบาล (เป็นตัวแทนของชุมชนวัด เข้าทำหน้าที่ในองค์กรสภาอภิบาลระดับสังฆมณฑลโดยตำแหน่ง)

5.3. รองผู้อำนวยการสภาอภิบาล

5.4. เหรัญญิก

5.5. เลขานุการ (เลขานุการของวัด ทำหน้าที่นี้โดยตำแหน่ง)

5.6. คณะกรรมการ 4 ฝ่าย คือ

5.6.1. ฝ่ายการอภิบาลคริสตชน

5.6.2. ฝ่ายการธรรมทูตและการอบรมศึกษา

5.6.3. ฝ่ายฟื้นฟูสังคมมนุษย์

5.6.4. ฝ่ายสื่อสารสังคม

6. สมาชิกภาพ

สมาชิกสภาอภิบาลวัด เกิดจากการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งตามความเหมาะสม โดยมีแนวทางด้านคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

6.1. ผู้มีสิทธิ์รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาอภิบาล

6.1.1. เป็นสัตบุรุษของวัด ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตการปกครองของวัด เกินกว่า 6 เดือน

6.1.2. เป็นคริสตชนที่ดี (ปฏิบัติศาสนกิจอย่างสม่ำเสมอ ไม่ดำเนินชีวิตเป็นที่สะดุด)

6.1.3. มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป

6.2. ผู้มีสิทธิ์เลือกสมาชิกสภาอภิบาลวัด พึงมีคุณสมบัติ ดังนี้

6.2.1. เป็นสัตบุรุษของวัด ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตการปกครองของวัด เกินกว่า 6 เดือน

6.2.2. มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป

6.3. ผู้มีสิทธิ์แต่งตั้งสมาชิกสภาอภิบาล ได้แก่ คุณพ่อเจ้าอาวาส

6.4. สมาชิกภาพของสมาชิกสภาอภิบาลวัดวัด สิ้นสุดลงเมื่อ

6.4.1. ครบวาระ 3 ปี

6.4.2. ลาออก

6.4.3. เสียชีวิต

6.4.4. มีเหตุผลสมควร ที่ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

6.5. เมื่อสมาชิกภาพสภาอภิบาลวัดสิ้นสุดลง ให้มีการเลือกตั้งใหม่(หรือแต่งตั้ง) ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่สิ้นสุดสมาชิกภาพ

หมวดที่ 4 การประชุมและการอบรม

7. การประชุมสภาอภิบาล

7.1. สภาอภิบาลอาสนวิหารราฟาเอล มีการประชุมสมัยสามัญทุก 3 เดือน

7.2. ประธานสภาอภิบาลอาสนวิหารราฟาเอล มีสิทธิ์เรียกประชุมวิสามัญ เพื่อตอบสนองงานอภิบาลของวัดในโอกาสพิเศษ

7.3. เมื่อได้สมาชิกสภาอภิบาลชุดใหม่ ต้องจัดการประชุมเพื่อแบ่งหน้าที่ต่าง ๆ ภายใน 30 วัน

8. การอบรม

การอบรมสมาชิกสภาอภิบาลพึงประกอบด้วย การอบรมพื้นฐาน และการอบรมต่อเนื่อง โดยมีเนื้อหาสาระ ดังต่อไปนี้

8.1. ด้านความรู้และทักษะ

8.1.1. พื้นฐานความรู้ทั่วไปด้านพระคัมภีร์ โดยเฉพาะการศึกษาพระวรสาร และการใช้พระคัมภีร์ในงานอภิบาล เพื่อเป็นพื้นฐานในการปฎิบัติหน้าที่

8.1.2. บทบาท สิทธิ และหน้าที่ของคริสตชนในยุคปัจจุบัน และการสืบสานภารกิจของพระคริสตเจ้า

8.1.3. การทำให้ชุมชนวัดกลับเป็นชุมชนคริสตชน

8.1.4. พระศาสนจักรรูปแบบใหม่ (New Way of Being Church)

8.1.5. การใช้ชีวิตและทำงานร่วมกัน

8.1.6. ฐานะขององค์กรและสมาคมต่าง ๆ ในสภาอภิบาลและในวัด

8.1.7. คำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร และกิจกรรมด้านสังคม

8.1.8. การจัดการประชุมและการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในการประชุม

8.1.9. ศึกษาวิธีการทำโครงการ และเทคนิคการบริหารโครงการ

8.1.10. หลักการให้คำปรึกษาเบื้องต้น

8.1.11. เทคนิคการสื่อสาร

8.2. ด้านชีวิตจิต

8.2.1. หล่อเลี้ยงชีวิตด้วยพระวาจา

8.2.2. พระคัมภีร์และการแบ่งปันพระวาจา

8.2.3. หนทางชีวิตจิตคริสตชนในพิธีกรรม

8.2.4. ชีวิตจิตคริสตชนในมิสซาบูชาขอบพระคุณ

ภาคผนวก

9. ลักษณะเด่นที่พึ่งประสงค์ของสมาชิกสภาอภิบาล

9.1. ปฎิบัติตนอยู่ในแนวทางของการเป็นคริสตชนที่ดี

9.2. ร่วมประชุมตามกำหนดเวลาอย่างสม่ำเสมอ

9.3. อุทิศตนศึกษาค้นคว้า และรับฟังความต้องการปัจจุบันของชุมชนวัด

9.4. นำเสนอแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในการตอบสนองความต้องการปัจจุบันของวัด

9.5. มีความเสียสละ ร่วมรับผิดชอบในการอภิบาลที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

9.6. พูดและกระทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยมุ่งสร้างเสริมเอกภาพและความเป็นหนึ่งเดียวกัน

9.7. ร่วมมือต่อการตัดสินใจของส่วนรวม และสนองต่อนโยบายอภิบาลของวัด