วันพุธที่ 7 มีนาคม : สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต
ทำวัตรสัปดาห์ที่ 2

ระลึกถึง นักบุญแปร์เปตูอา และ นักบุญเฟลีซีตัส มรณสักขี

ความโหดร้ายทารุณของมนุษย์ที่มีต่อมนุษย์ด้วยกัน มีอยู่เสมอในทุกยุคทุกสมัย แต่พละกำลังของพระคริสตเจ้าผู้ได้กลับคืนชีพก็สามารถเอาชนะมันได้ โดยอาศัยความรัก
วันนี้ทั่วทั้งพระศาสนจักรถวายพระพรแด่พระบิดาเจ้า สำหรับการเป็นพยานยืนยันอันน่าอัศจรรย์ของหญิงสาว 2 คน รวมทั้งคริสตชนและคริสตชนสำรองอีกจำนวนหนึ่ง ที่เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในใจกลางของอาฟริกาโรมัน ใกล้ ๆ เมืองคาร์เทจ
แปร์เปตูอา คือสตรีผู้สูงศักดิ์ และเฟลีซีตัส ผู้เป็นคนใช้ ทั้งสองคนได้มีความสัมพันธ์กับความเชื่อ และได้ร่วมกันประกาศความจริงของพระคริสตเจ้า และในที่สุดก็ได้เป็นมรณสักขีด้วยกันทั้งคู่ เรื่องราวที่เล่าถึงการทรมานของท่านทั้งสองนั้น นับว่าเป็นวรรณกรรมที่งดงามวิจิตรที่สุดของคริสตศาสนายุคต้น ๆ
“ใบหน้าของเธอทั้งสองเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดี รวมทั้งดวงตาของเธอ กิริยาของเธอก็แสดงออกซึ่งความยินดีอันนี้ และที่สุดก็ได้ระเบิดออกมาเป็นคำพูด”
และสิ่งหนึ่งที่ได้บันดาลให้นักบุญแปร์เปตูอา ได้มีความร่าเริงยินดีอย่างสูงสุด ก็คือการขับร้องเพลงสดุดีสู้กับเสียงตะโกนโห่ร้องของฝูงชน

(จาก ประวัตินักบุญตลอดปี : โดย… ย.วีรศักดิ์ วนาโรจน์สุวิช)

บทอ่านจากหนังสือประกาศกเยเรมีย์ (ยรม. 18:18-20)

ชาวยิวที่คิดร้ายต่อประกาศเยเรมีย์กล่าวกันว่า
“มาเถิด ให้เรามาวางแผนการปองร้ายเยเรมีย์กันเถิด เพราะว่า (ถ้ามันตายแล้ว) บรรดาปุโรหิตก็จะไม่ขาดธรรมบัญญัติ ผู้มีปรีชาก็จะไม่ขาดคำปรึกษา และประกาศกก็จะไม่ขาดพระวจนะ มาเถิด ให้เราโจมตีมันด้วยคำพูดของมันเอง เราอย่าไปสนใจต่อคำพูดของมันเลย”
(เยเรมีย์ทูลพระเจ้าว่า) “โปรดฟังข้าพเจ้าเถิด พระเจ้าข้า โปรดฟังเสียงปรปักษ์ของข้าพเจ้าเถิด ความชั่วเป็นสิ่งตอบแทนความดีกระนั้นหรือ? เพราะว่าพวกเขาได้ขุดหลุมดักชีวิตของข้าพเจ้า โปรดระลึกเถิดว่า ข้าพเจ้ากำลังยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์ทูลอ้อนวอนแทนพวกเขา เพื่อจะหันพระพิโรธของพระองค์ให้พ้นไปจากพวกเขา”
(นี่คือพระวาจาของพระเจ้า)

(เนื่องจากเป็นมิสซาธรรมดาประจำวัน จึงไม่มีบทอ่านที่สอง)

บทอ่านจากพระวรสารตามคำเล่าของนักบุญมัทธิว (มธ. 20:17-28)

เวลานั้น พระเยซูเจ้ากำลังเสด็จขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ทรงพาเฉพาะอัครสาวกทั้งสิบสองคนออกไป แล้วตรัสแก่เขาขณะเดินทางว่า ‘บัดนี้ พวกเรากำลังขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม บุตรแห่งมนุษย์จะถูกมอบแก่บรรดามหาสมณะและบรรดาธรรมาจารย์ เขาจะถูกตัดสินประหารชีวิต และจะถูกมอบให้คนต่างชาติสบประมาทเยาะเย้ย โบยตีและนำไปตรึงกางเขน แต่วันที่สามบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพ’
มารดาของบุตรเศเบดีเข้ามาเฝ้าพระองค์พร้อมกับบุตร นางกราบลงทูลขอสิ่งหนึ่งจากพระองค์ พระองค์จึงตรัสถามนางว่า ‘ท่านต้องการอะไร?’ นางทูลว่า ‘ขอพระองค์ทรงอนุญาตให้บุตรข้าพเจ้าสองคนนี้ นั่งข้างขวาคนหนึ่งนั่งข้างซ้ายคนหนึ่งในพระอาณาจักรของพระองค์’

พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า ‘ท่านไม่รู้ว่ากำลังขออะไร ท่านสามารถดื่มถ้วยซึ่งเราจะดื่มได้หรือไม่?’ เขาทั้งสองทูลตอบว่า ‘ได้ พระเจ้าข้า’ พระองค์ตรัสกับเขาว่า ‘ท่านจะดื่มถ้วยของเรา แต่การที่จะนั่งข้างขวาหรือข้างซ้ายของเรานั้น ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะให้ แต่สงวนไว้สำหรับผู้ที่พระบิดาของเราทรงจัดเตรียมไว้’
เมื่อได้ยินดังนั้น อัครสาวกอีกสิบคนรู้สึกโกรธพี่น้องสองคนนั้น พระเยซูเจ้าจึงทรงเรียกทุกคนมาพบตรัสว่า ‘ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่าคนต่างชาติที่เป็นหัวหน้า ย่อมเป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และผู้ใหญ่ย่อมใช้อำนาจบังคับแต่ท่านทั้งหลายไม่ควรเป็นเช่นนั้น ผู้ที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่ จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นคนที่หนึ่งในบรรดาท่านทั้งหลาย ก็จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ เหมือนกับที่บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์”
(นี่คือพระวาจาของพระเจ้า)